Last updated: 24 ม.ค. 2568 | 138 จำนวนผู้เข้าชม |
ในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งตรงกับปีมะเส็งหรือปีงู (Year of the Snake) นี้ บุลการี (BVLGARI) ได้รังสรรค์ความโดดเด่นให้กับการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมครั้งใหม่ของตำนานแห่งเซอร์เพนติ (Serpenti) ในขณะที่ปฏิทินจีนนั้นมีการเฉลิมฉลองสัญลักษณ์ทางโหราศาตร์อันน่าดึงดูดใจของปีงูด้วยเช่นกัน โดยบุลการีได้ร่วมเผยโฉมงานออกแบบสัตว์สุดไอคอนิกขึ้นด้วยมิติใหม่และยังคงเป็นตัวแทนของความเป็นนิจนิรันดร์อย่างแท้จริง งูนั้นได้รับการนับถือมานับตั้งแต่ยุคบรรพกาลว่าเป็นดั่งสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงวัฏจักรแห่งจักรวาล รวมถึงการถือกำเนิดขึ้นใหม่ได้อย่างไม่มีสิ้นสุด เมซง (Maison) แห่งนี้จึงได้นำหัวใจและพลังแห่งงูมาถ่ายทอดผ่านการติดตั้งภายในนาฬิกาเซอร์เพนติ ด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ ผลิตในโรงงานอันเปรียบเสมือนวิวัฒนาการแห่งการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติสำหรับบุลการี
กลไก เลดี้ โซโลเทมโป บีวีเอส100 ออโตเมติก (Lady Solotempo BVS100 Automatic) เป็นผลลัพธ์ของตลอดระยะเวลาหลายปีแห่งความทุ่มเทในการพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถันละเอียดอ่อน จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของเมซง โดยกลไกคาลิเบอร์พิเศษนี้ได้ผ่านการพัฒนา ออกแบบ และผลิตขึ้นด้วยคุณสมบัติและคุณลักษณะจำเพาะที่ไม่มีใครเสมอเหมือนในท้องตลาด ด้วยขนาดและสัดส่วนที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษเพื่อให้พอดีกับรูปทรงอันเป็นไอคอนิกของหัวงูในนาฬิกาเซอร์เพนติ ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาของบุลการีที่ได้ขยายพรมแดนมาสู่ผลงานสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณี อย่าง เซอร์เพนติ เช่นกัน โดยทั้งขั้นตอนการออกแบบและการประกอบทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นภายในโรงงานผลิตนาฬิกาสวิสของบุลการี กลไก เลดี้ โซโลเทมโป บีวีเอส100 ออโตเมติก จึงสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานนับหลายทศวรรษของเมซงได้อย่างแท้จริง
กลไกไขลานอัตโนมัตินี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสถานะของบุลการีในฐานะผู้นำแห่งเครื่องบอกเวลาเสมอมา โดยเฉพาะบทบาทภายในคอลเลกชั่น เซอร์เพนติ ที่สร้างสรรค์ต่อยอดมาจากมรดกแห่งความล้ำเลิศระดับไอคอนอย่าง ออคโต (Octo) และบุลการี บุลการี (Bvlgari Bvlgari) สำหรับใน เลดี้ โซโลเทมโป นับเป็นการเติมเต็มอันสมบูรณ์แบบให้กับกลไกชื่อดังอื่น ๆ อย่าง พิคโคลิสซิโม (Piccolissimo) และกลไกขนาดเล็กพิเศษ บีวีแอล150 ทูร์บิญอง (BVL150 Tourbillon) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลไกทูร์บิญองที่มีรูปทรงที่เล็กที่สุดในท้องตลาด ทั้งยังช่วยเสริมความสามารถรอบด้านให้กับคอลเลกชัน เซอร์เพนติได้อย่างน่าทึ่ง ความมหัศจรรย์ทางกลไกเหล่านี้ได้หล่อหลอมเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ เซอร์เพนติ ในการเป็นดั่งอัญมณีล้ำค่า และได้เผยความโดดเด่นอย่างสมบูรณ์แบบภายใต้ เรือนเวลาที่แสดงออกถึงการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนของรูปแบบอันหลากหลาย โดยการเปิดตัวครั้งแรกของคอลเลกชัน เซอร์เพนติ ซีดัตทอรี (Serpenti Seduttori) นี้ กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ เลดี้ โซโลเทมโป ถ่ายทอดถึงหัวใจอันเป็นแก่นแท้ของความเชี่ยวชาญด้านเวลาของบุลการีได้อย่างแท้จริง รวมถึงการนำเสนออย่างประณีตภายใต้ผลงานสร้างสรรค์ เซอร์เพนติ ทูโบกาส (Serpenti Tubogas) ในอีกสองรุ่นที่ตกแต่งและติดตั้งด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติชุดใหม่นี้เช่นกัน
วิวัฒนาการอันแสนพิเศษในตำนานแห่งเซอร์เพนติ
“เซอร์เพนติเป็นมากกว่าไอคอน แต่เป็นดั่งสัญลักษณ์” ฟาบริซิโอ บัวนามาสซา สติกลิอานี (Fabrizio Buonamassa Stigliani) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบนาฬิกาของบุลการีกล่าว งูกับความเย้ายวนใจในฐานะสัตว์แห่งตำนานนี้ได้สร้างความหลงใหลมาอย่างยาวนานให้กับเมซงผู้ซึ่งมีต้นกำเนิดหยั่งรากลึกอยู่ในศิลปะและวัฒนธรรมกรีก-โรมัน (Greco-Roman) ความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งนี้ได้ปลดล็อกพรมแดนอันไร้ที่สิ้นสุดของความคิดสร้างสรรค์ โดยได้สร้างแรงบันดาลใจแต่ดั้งเดิมมาจากความงดงามวิจิตรของเครื่องประดับอัญมณีโรมันที่สวมใส่โดยพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) จากนั้นจึงเกิดเป็นวิวัฒนาการการรังสรรค์ขึ้นใหม่ของ เซอร์เพนติ มาอย่างต่อเนื่องซึ่งสะท้อนถึงหัวใจแห่งการเปลี่ยนแปลงภายใต้เสน่ห์แห่งความเป็นผู้หญิงได้อย่างชัดเจน
สำหรับ เซอร์เพนติ ซีดัตทอรี มาพร้อมด้วยสายสร้อยข้อมือที่เป็นเสมือนผิวชั้นที่สองและลวดลายเกล็ดทรงหกเหลี่ยมอันละเอียดอ่อนโอบรับรอบข้อมือด้วยความสง่างามอันไร้ที่ติ เซอร์เพนติ เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1948 ในฐานะนาฬิการะบบกลไก ที่ติดตั้งไว้ด้วยหลากหลายกลไกที่ดีที่สุดในยุคสมัยของตน และในวันนี้ บุลการีได้เชื่อมโยงกับมรดกอันทรงคุณค่านี้อีกครั้งผ่านกลไก เลดี้ โซโลเทมโป ที่ผ่านการพัฒนาและผลิตขึ้นทั้งหมดในโรงงานของแบรนด์ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเลอซองติเยร์ กลไกคาลิเบอร์ใหม่นี้ยังได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลอันทรงเกียรติที่ประสบความสำเร็จในด้านเครื่องบอกเวลา โดยเดินตามรอยความสำเร็จของทั้งกลไก ทูร์บิญอง (Tourbillon) ในปี ค.ศ. 2020 และ พิคโคลิสซิโม ในปี ค.ศ. 2022
ในปี ค.ศ. 2025 หรือปีงูนี้ เลดี้ โซโลเทมโป บีวีเอส100 ได้ยกระดับความเย้ายวนดึงดูดใจให้กับนาฬิกา เซอร์เพนติ ซีดัตทอรี ไปอีกขั้นในฐานะเครื่องรางแห่งโชคที่ได้ถ่ายทอดไว้ด้วยการแสดงชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมด้วยคำว่า “Automatic” บนหน้าปัดซึ่งบ่งบอกถึงความซับซ้อนทันสมัยของกลไก ขณะที่บนขอบตัวเรือนประดับด้วยเพชรไว้อย่างโดดเด่นและย้ำถึงชัยชนะทางเทคนิคนี้ได้อย่างงดงาม ส่วนฝาหลังกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใสเผยให้เห็นถึงจังหวะการเคลื่อนไหวอันน่าหลงใหลของโรเตอร์ขึ้นลานที่บรรจงตกแต่งไว้ด้วยลวดลายเกล็ดทั้งเจ็ดซึ่งได้แรงบันดาลมาจากงูอันเป็นดั่งสัญลักษณ์ถึงการถือกำเนิดขึ้นใหม่ได้อย่างนิจนิรันดร์ของนาฬิกาที่ขับเคลื่อนโดยทุก ๆ การเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่
เพื่อสะท้อนถึงการก้าวกระโดดแห่งวิวัฒนาการนี้ บุลการีได้รังสรรค์รูปทรงคดเคี้ยวเย้ายวนใจของตัวเรือนเซอร์เพนติขึ้นใหม่อย่างประณีต ภายใต้รูปทรงเพรียวบางและความโค้งอันพริ้วไหวที่เปล่งประกายรัศมีแห่งความเป็นผู้หญิงได้อย่างงดงาม ขณะที่เม็ดมะยมประดับด้วยรูเบลไลต์คาโบชองซึ่งมอบสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงเข้ากับกลไกจักรกลชิ้นเอกภายในได้อย่างไร้ที่ติ
เลดี้ โซโลเทมโป จักรกลแห่งความเป็นนิจนิรันดร์
กลไก เลดี้ โซโลเทมโป บีวีเอส100 ออโตเมติก ถือเป็นตัวแทนของความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาที่มิอาจเทียบเคียงได้ของบุลการี โดยการสร้างสรรค์กลไกคาลิเบอร์ใหม่ขึ้นอย่างสมบูรณ์นี้นับเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่และกล้าหาญที่ได้หลอมรวมทั้งประสบการณ์ด้านกลไกของเมซง อาทิจาก โซโลเทมโป (Solotempo) และฟินิสซิโม (Finissimo) มาใช้ร่วมกัน ตลอดระยะเวลาหลายปีของการวิจัยที่ได้นำทางมาสู่ความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้อีกครั้ง
หลังสามปีเต็มของการพัฒนา กลไก เลดี้ โซโลเทมโป ออโตเมติก ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งนับเป็นผลลัพธ์ที่บรรจบกับมาตรฐานระดับสูงสุดด้านความเที่ยงตรงและสมรรถนะ โดยกลไกอันสง่างามและมีประสิทธิภาพนี้ได้บรรจุไว้ด้วยการแสดงแบบ “โซโลเทมโป” (เวลาเพียงอย่างเดียว) ที่ประกอบด้วยการแสดงชั่วโมง นาที และวินาที กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกลไก 19 มม. และหนาเพียง 3.90 มม. โดยกลไก เลดี้ โซโลเทมโป ชุดนี้มีน้ำหนักเพียง 5 กรัม แต่ยังคงสามารถสำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง พร้อมทั้งงานออกแบบรูปทรงกลมกะทัดรัดที่ช่วยให้สามารถผสมผสานได้อย่างกลมกลืนเข้ากับความโค้งของนาฬิกาเซอร์เพนติ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายที่เหมาะสำหรับติดตั้งภายในผลงานสร้างสรรค์อื่น ๆ ของบุลการี
กลไกสำหรับนาฬิกาสุภาพสตรี บีวีเอส100 ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นในปัจจุบันโดยบุลการีในเมืองเลอซองติเยร์นี้ ในอนาคตยังคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในกลไกที่ผลิตในโรงงานซึ่งสามารถส่งมอบและติดตั้งภายในผลงานสร้างสรรค์ของเมซงอื่น ๆ ภายในกลุ่มบริษัท แอลวีเอ็มเอช (LVMH) ด้วย และจะผลิตขึ้นโดย เซนิธ (Zenith) ภายในโรงงานการผลิตกลไก (Movement Manufacture) โดยบุลการีภาคภูมิใจที่ได้ร่วมในระบบนิเวศการผลิตนี้ที่สร้างสรรค์โดย แอลวีเอ็มเอช เพื่อการสนับสนุนและส่งเสริมความเป็นเลิศและงานหัตถศิลป์ด้านการประดิษฐ์นาฬิกา (Watchmaking) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในฐานะช่างอัญมณีตามดีเอ็นเอ (DNA) โดยแท้จริง บุลการียังคงยกระดับซึ่งศิลปะแห่งการประดิษฐ์กลไกนาฬิกา โดยเผยความประณีตงดงามนี้ผ่านฝาหลังกระจกใสที่สามารถมองเห็นโรเตอร์ขึ้นลานตกแต่งด้วยลวดลายเกล็ดทั้งเจ็ดอันเป็นไอคอนิกของ เซอร์เพนติ พร้อมทั้งเปล่งประกายเหมือนดั่งผิวของงู ลวดลายอันละเอียดอ่อนนี้ได้ร่วมเฉลิมฉลองให้กับอัจฉริยภาพแห่งการสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังกลไก และอุทิศเกียรติแก่ประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาอันยาวนานบุลการี ขณะเดียวกันยังได้ร่วมสะท้อนถึงความโดดเด่นแห่งความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย
ด้วยกลไก เลดี้ โซโลเทมโป เซอร์เพนติได้ถ่ายทอดถึงแนวคิดแห่งการเปลี่ยนแปลงอันเหนือกาลเวลาได้อย่างสูงสุด โดยการขับเคลื่อนของพลังงานจลน์จากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ ที่นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นดั่งสหายอันมั่นคงและสง่างามในการถ่ายทอดเส้นทางแห่งเวลา อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการในทุก ๆ เจเนอเรชันเรื่อยมา
ด้วยจังหวะชีพจรอันมั่นคงของ เลดี้ โซโลเทมโป และการโอบรับผ่านความงดงามอันแสนดึงดูดใจของทั้งเซอร์เพนติ ซีดัตทอรี และทูโบกาส งูอันเป็นสัญลักษณ์แห่งเครื่องรางนำโชคนี้จึงเผยเสน่ห์อันมิอาจต้านทานได้ พร้อมทั้งหัวใจแห่งจักรกลที่เต้นระรัวซึ่งถักทอเป็นดั่งเรื่องราวอันน่าประทับใจผ่านทั้งกาลเวลาและด้วยสัมผัสที่กลายเป็นประจักษ์พยานหนึ่งเดียวกันของห้วงเวลาอันแสนล้ำค่าของชีวิต
@bvlgari #Bvlgari #BvlgariWatches # Serpenti #LVMHWatchWeek
3 เม.ย 2568
3 เม.ย 2568
3 เม.ย 2568