Last updated: 1 เม.ย 2568 | 192 จำนวนผู้เข้าชม |
กลับมาพร้อมกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ประกอบด้วย 9 เรือน
ออกแบบมาเพื่อความเร็ว สไตล์ที่โดดเด่น และมรดกที่ยังยืนไม่เคยหยุดนิ่ง
Watches and Wonders, Geneva - 1 เมษายน 2025: TAG Heuer ผู้ผลิตนาฬิกาหรูสัญชาติสวิสที่มีชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ต พร้อมที่จะขึ้นเป็นผู้นำอีกครั้งกับการเปิดตัว TAG Heuer Formula 1 รุ่นใหม่จำนวน 9 เรือน การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองแด่ไอคอนแห่งยุค 1980s และเสริมความแข็งแกร่งให้กับการสร้างนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ด้วยขนาดตัวเรือน 38 มม. ที่ได้รับการออกแบบให้มีความประณีตยิ่งขึ้น การตกแต่งใหม่ที่รวมถึงการขัดสตีลและการเคลือบ DLC การออกแบบที่เหมาะสมกับสรีระมากขึ้น มาพร้อมกลไก Solargraph ที่ล้ำสมัย และตัวเลือกสีที่สะดุดตาอีกด้วย ครั้งนี้ TAG Heuer พร้อมที่จะกลับสู่เส้นทางแห่งความเร็วอีกครั้งและในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการของ Formula 1® ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะเหมาะสมในการจุดประกายพลังของคอลเลกชันนี้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
ความเร็วและพันธมิตรที่ขับเคลื่อนการออกแบบใหม่
ปี 1986 เป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับแบรนด์ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 แต่ยังเป็นการเปิดตัวชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของ TAG Heuer อีกด้วย ซึ่งการเข้าซื้อ Heuer อันเก่าแก่โดยกลุ่ม Techniques d’Avant Garde ทำให้ทั้งสองบริษัทได้รวมตัวกัน ขับเคลื่อนด้วยปรัชญาในการมุ่งสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ นวัตกรรม และความล้ำสมัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมการสร้างสรรค์นาฬิกา
กลยุทธ์ของบริษัทเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปีถัด ๆ มา ด้วยวิธีการที่ปฏิวัติวงการในด้านผลิตภัณฑ์ การขาย การตลาด และการพัฒนา อีกทั้งคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 จะเป็นหัวใจสำคัญของจักรวาลใหม่นี้ ด้วยการยอมรับในจิตวิญญาณของยุคปลายปี 1980 โดยใช้สีสันที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในอุตสาหกรรมนาฬิกาหรูสวิส คอลเลกชันนี้จึงสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม
หลายคนในปัจจุบันยังคงมีความทรงจำดีๆ กับการเลือกนาฬิกาเรือนแรกที่มีสีสันสดใสและดีไซน์ที่ล้ำสมัยและเป็นเกียรติสำหรับ TAG Heuer ที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความล้ำค่าในวันนี้ ด้วยการออกแบบใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมให้มีความล้ำสมัยของคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานาฬิกาในคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือที่หลากหลายที่ได้หล่อหลอมการเดินทางของคอลเลกชันนี้ ตั้งแต่การทำงานร่วมกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับตำนาน ไปจนถึงพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Kith และ Oracle Red Bull Racing ทุกความร่วมมือได้ทิ้งริองรอยเอาไว้ใน DNA ของแบรนด์และในใจของผู้รักนาฬิกา ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าคอลเลกชันนี้ไม่ใช่แค่การบอกเวลาอย่างแม่นยำ แต่ยังเป็นทั้งชีวิตและลมหายใจบนความน่าตื่นเต้นของการแข่งขัน
ในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการของ Formula 1® ความสัมพันธ์ระหว่าง TAG Heuer กับกีฬาอันทรงเกียรตินี้ มีความลึกซึ้งอย่างยิ่ง ด้วยมรดกของแบรนด์ที่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตเต็มไปด้วยความเร็ว ตั้งแต่การเป็นสปอนเซอร์ชั้นนำให้กับทีม Ferrari ในปี 1971 และ McLaren ในปี 1979 ไปจนถึงการบอกเวลาในช่วงจบการแข่งขันที่ลุ้นระทึกที่สุดในยุคปัจจุบัน ตอนนี้คอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 ยังคงเฉลิมฉลองความสัมพันธ์นี้ ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยอดเยี่ยมเข้ากับการออกแบบและนวัตกรรมที่มองไปข้างหน้า
การออกแบบนาฬิกาเพื่อคนรุ่นใหม่
คอลเลกชันล่าสุดของ TAG Heuer Formula 1 นำเสนอ 9 รุ่นที่โดดเด่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีการออกแบบที่เต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน โดยสามรุ่นหลักของคอลเลกชันนี้จะมีหน้าปัดสีดำและขาว สีน้ำเงินเข้ม ที่มาพร้อมสายสตีล และสีแดงที่โดดเด่น ส่วนอีกหกรุ่นเป็นลิมิเต็ดอิดิชันที่มีการผสมผสานสีที่น่าสนใจ ได้แก่ สีดำและแดง สีดำและเหลือง สีน้ำเงินและดำ สีขาวและเขียว สีขาวและแดง และรุ่นสีเขียวและแดง นาฬิกาในคอลเลกชันทุกเรือนได้แรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชันปี 1986 ที่เป็นต้นฉบับ โดยยังคงเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้มันโดดเด่นในวงการนาฬิกาสวิส ตอกย้ำความเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในนาฬิกา
จากรุ่นเดิมขนาด 35 มม. สู่รุ่นใหม่ขนาด 38 มม. ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ “décroché” ซึ่งช่วยเสริมความหรูหราให้กับนาฬิกา สร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยออกแบบมาให้เหมาะสมกับขนาดข้อมือที่หลากหลาย การปรับปรุงตามหลักสรีรศาสตร์ทำให้การสวมใส่สบายขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ยังคงความโดดเด่นของนาฬิการุ่น TAG Heuer Formula 1 เป็นที่รู้จัก หลักบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ได้รับการปรับโฉมผ่านการตีความใหม่ของเครื่องหมายรูปโล่อันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏในรูปแบบประยุกต์เพื่อยกระดับความสวยงามของนาฬิกา เข็มนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบดั้งเดิมได้รับการปรับแต่งใหม่ด้วยการตกแต่งที่ยกระดับและสัดส่วนที่ดีขึ้น เพื่อเสริมสร้างลักษณะหรูหราของนาฬิกา ซึ่งช่วยให้มองเห็นเวลาได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง ขณะที่สัดส่วนของเคสที่ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ช่วยเพิ่มทั้งความสบายและการมองเห็น
นาฬิกาทุกรุ่นมาพร้อมกับสายนาฬิกายางที่มีดีไซน์ทันสมัย พร้อมประทับโลโก้ TAG Heuer ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงมรดกของแบรนด์ สายลายยางสำหรับการแข่งขัน หรือสายสตีลที่มอบความหลากหลายในการใช้งาน สายสตีลที่ได้รับการออกแบบใหม่มีการปรับปรุงให้มีการเคลื่อนไหวที่ดียิ่งขึ้น และสวมใส่สบายบนข้อมือ ทั้งยังคงความหรูหราที่เหนือระดับ
นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงสุด
หัวใจสำคัญของตัวเรือนสตีลแบบพ่นทรายที่ผ่านการเคลือบ DLC หรือวัสดุ TH-Polylight ในคอลเลกชันนี้ คือตัวกลไก Solargraph ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับนาฬิการุ่น TAG Heuer Formula 1 ซึ่งกลไก Solargraph ของ TAG Heuer ขึ้นชื่อเรื่องการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันสิ้นสุด พร้อมทั้งมอบประโยชน์มากมาย และด้วยกลไก Solargraph แบตเตอรี่ของนาฬิกาจะสามารถชาร์จพลังงานใหม่จากแสงอาทิตย์หรือแสงประดิษฐ์ เพียงแค่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลา 2 นาทีก็เพียงพอที่จะให้พลังงานกับนาฬิกาได้ตลอดทั้งวัน และหากชาร์จเต็มที่ โดยใช้เวลาไม่ถึง 40 ชั่วโมงภายใต้แสงอาทิตย์ นาฬิกาจะสามารถทำงานได้นานสูงสุดถึง 10 เดือนโดยไม่ต้องได้รับแสงเพิ่มเติม หากนาฬิกาหยุดเดิน ก็เพียงแค่ให้สัมผัสกับแหล่งกำเนิดแสงใดๆ เป็นเวลา 10 วินาที เพื่อให้เริ่มทำงานอีกครั้งได้ทันที ด้วยระยะเวลาการชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่ของกลไกนี้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 15 ปี มอบการใช้งานได้ในระยะยาว
นอกเหนือจากกลไกแล้ว การเปิดตัววัสดุ TH-Polylight ซึ่งเป็นวัสดุใหม่ของ TAG Heuer ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบาความทนทาน ความเป็นไปได้ของสีสันที่ไร้ขีดจำกัด และความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการสวมใส่และความสวยงาม ยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ TAG Heuer ในด้านนวัตกรรม ขอบตัวเรือนแบบหมุนได้สองทิศทางที่ถูกออกแบบใหม่ในรูปทรงไอคอนิกที่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆนาฬิการุ่น TAG Heuer Formula 1 ที่ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุ TH-Polylight พร้อมทั้งปรับแต่งประสบการณ์สัมผัสให้มีเสียงกลไกที่ละเอียดอ่อนและหรูหรายิ่งขึ้นเมื่อหมุนเพิ่มมิติของความประณีตให้กับนาฬิการุ่นนี้
2 เม.ย 2568
2 เม.ย 2568
2 เม.ย 2568
2 เม.ย 2568