CARTIER

Last updated: 2 เม.ย 2568  |  169 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CARTIER

กรุงเทพฯ, เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์, 2 เมษายน 2568 – คาร์เทียร์เผยโฉมคอลเลคชั่นสุดพิเศษภายในงาน Watches and Wonders 2025 ผ่านเรื่องราวความมหัศจรรย์แห่งกาลเวลา โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และทักษะความชำนาญของช่างฝีมือแห่งเมซงผู้สามารถเปลี่ยนวัสดุล้ำค่าให้กลายเป็นเรือนเวลาสุดพิเศษได้ดั่งเวทมนตร์

“ความมหัศจรรย์ คือหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์เรือนเวลาของคาร์เทียร์ ช่างฝีมือจากเมซงมีความสามารถเฉพาะตัวในการเปลี่ยนอัญมณีและโลหะให้เป็นชิ้นงานล้ำค่า ทำให้สามารถสร้างสรรค์เรือนเวลาได้อย่างโดดเด่นเหนือระดับ ในฐานะนักประดิษฐ์เรือนเวลาแห่งรูปทรง คาร์เทียร์นำมรดกผลงานชิ้นเอกอันทรงคุณค่ามาตีความด้วยสไตล์แบบใหม่ พร้อมยกระดับความคิดสร้างสรรค์และความประณีตมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย” หลุยส์ แฟร์ลา (Louis Ferla) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคาร์เทียร์

ศิลปะแห่งการแปลงโฉม คือแก่นแท้ของการสร้างสรรค์ประดิษฐกรรมเรือนเวลาของเมซง
คาร์เทียร์ท้าทายกาลเวลาและรูปลักษณ์ประหนึ่งนักมายากล โดยอาศัยฝีมืออันเชี่ยวชาญของช่างประจำเมซงผู้สามารถเปลี่ยนโลหะและอัญมณีให้กลายเป็นงานฝีมือเลอค่าน่าปรารถนาราวกับนักเล่นแร่แปรธาตุ ความสามารถในการรังสรรค์นี้ยังปรากฏชัดในการตีความรูปทรงของประดิษฐกรรมขึ้นใหม่อย่างมีชั้นเชิงเสมอมา ดังนั้นการแปรเปลี่ยนวัสดุและรูปทรงให้เป็นเรือนเวลาสุดพิเศษจึงทำให้ Cartier Magician สามารถเนรมิตความงดงามสะท้อนอารมณ์พร้อมเผยให้เห็นเสน่ห์อันลึกล้ำของโลกใบนี้

ยกระดับมุมมองการแปลงโฉม งานประติมากรรม และการเล่นแร่แปรธาตุ
“ด้วยการปรับเปลี่ยนและการยกระดับอันเหนือชั้นของคาร์เทียร์ เวลาได้กลายเป็นเครื่องสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเหนือจินตนาการในหลากหลายมิติ ทั้งฝีมือของช่างนาฬิกาและเครื่องประดับจากเมซงที่สามารถเสกสรรวัสดุให้ราวกับมีชีวิต อย่างการเผชิญหน้าสุดมหัศจรรย์ระหว่างเสือแพนเตอร์ที่พุ่งทยานและหน้าปัดเรือนเวลาอันล้ำค่า หรือการแปลงโฉมสุดยอดประดิษฐกรรมเวลาระดับคลาสสิกของเมซงโดยยังคงสานต่อความคิดสร้างสรรค์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรือนเวลารุ่นปองแตร์ (Panthére) ที่มาพร้อมการประดับอัญมณีสุดหรูหรา และรุ่น แทงก์ อา กิเชต์ (Tank à Guichets) จากปี 1928 ที่มาพร้อมกลไก 9755 MC ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในงาน Watches & Wonders 2025 คาร์เทียร์พร้อมเผยโฉมเรือนเวลาชิ้นเอกที่สะท้อนการออกแบบ เทคนิค ความเชี่ยวชาญ และงานฝีมือชั้นสูงดุจรังสรรค์โดยนักเล่นแร่แปรธาตุตัวจริง” อาร์โนด์ การ์เรซ์ (Arnaud Carrez) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดของคาร์เทียร์



TANK LOUIS CARTIER ในขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม
ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมซง เรือนเวลาตระกูลแทงก์ (Tank) ได้รับการพัฒนาและปรับโฉมมาอย่างต่อเนื่องแทงก์ หลุยส์ คาร์เทียร์ (Tank Louis Cartier) ซึ่งเปิดตัวในปี 1922 ถือเป็นทายาทของแทงก์รุ่นแรกที่รู้จักกันในชื่อแทงก์ นอร์มาล (Tank Normale) ซึ่งหลุยส์ คาร์เทียร์ได้ออกแบบขึ้นใหม่เพียงห้าปีหลังจากต้นแบบแรกถือกำเนิดขึ้น ตัวเรือนถูกปรับให้ดูยาวมากยิ่งขึ้น ส่วนขอบแนวตั้งดูเพรียวบางลง และลบมุมให้โค้งละมุน ทำให้ดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลายเป็นรูปทรงมาตรฐานของแทงก์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในครั้งนี้คาร์เทียร์ได้นำดีไซน์สุดคลาสสิกนี้มารังสรรค์ใหม่ในขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมพร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 1899 MC โดยยังเคารพต่อเส้นสายและสัดส่วนของเรือนเวลาตระกูลแทงก์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม แทงก์ หลุยส์ คาร์เทียร์ขนาดใหม่นี้มีให้เลือกสรรทั้งวัสดุโรสโกลด์และเยลโลว์โกลด์




TANK À GUICHETS บอกเวลาแบบไม่ซ้ำใคร
ในทุกๆ ปี เหล่าบรรดาคนรักนาฬิกาต่างเฝ้ารอการเปิดตัวคอลเลคชั่นคาร์เทียร์พรีเว่ (Cartier Privé) ที่เลือกเรือนเวลาชิ้นไอคอนิคของเมซงมาหนึ่งรุ่นเพื่อรังสรรค์ผ่านมุมมองแบบใหม่ให้เป็นรุ่นลิมิเต็ด โดยปีนี้คาร์เทียร์นำเสนอแทงก์ อา กิเชต์ (Tank à Guichets) เรือนเวลาที่เปิดตัวในปี 1928 ซึ่งโดดเด่นด้วยการผสานเทคนิคและดีไซน์อย่างชาญฉลาดในการออกแบบหน้าปัดบอกเวลาแบบดิจิทัล ความมหัศจรรย์หลั่งไหลผ่านจิตวิญญาณการสร้างสรรค์ของคาร์เทียร์ดุจเส้นด้ายนำทางที่มาบรรจบกับความกล้าหาญเพื่อขับเน้นดีไซน์ของประดิษฐกรรมแห่งกาลเวลาของเมซงให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยจะสัมผัสได้จากเรือนเวลาแทงก์ อา กิเชต์ รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกลไกคาลิเบอร์ 9755 MC ขึ้นลานด้วยมือที่คาร์เทียร์พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษพร้อมกลไกจัมปิ้งอาวร์ (Jumping Hour) และแดรกกิ้งมินิท (Dragging Minutes) แต่ยังคงรูปลักษณ์ไอคอนิคของแทงก์ อา กิเชต์ รุ่นปี 1928 ไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่องบอกเวลาหลักชั่วโมงอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ช่องบอกนาทีอยู่ที่ 6 นาฬิกาและเม็ดมะยมอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตัวเรือนผิวสัมผัสซาตินตัดกับกรอบแนวขวางแบบขัดเงาทำให้ซิลลูเอทของนาฬิกาชัดเจนมากยิ่งขึ้น หน้าปัดหลักมีให้เลือก 2 แบบ คือหน้าปัดทองคำขัดด้านและแพลทินัมขัดด้าน

“คอลเลคชั่น Watches & Wonders ปีนี้สะท้อนให้เห็นความเชี่ยวชาญในการสรรสร้างประดิษฐกรรมเวลาของคาร์เทียร์ และยังสะท้อนให้เห็นความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของฐานการผลิตของเมซงและพันธมิตรที่เราไว้วางใจในการสร้างนวัตกรรมกลไกและตีความผลงานคลาสสิกของเมซงขึ้นใหม่ อย่างการนำการออกแบบเครื่องประดับมาใช้กับโลกแห่งเรือนเวลา หรือการใช้ความแม่นยำชั้นสูงอันหาได้ยากกับการประดิษฐ์หน้าปัดนาฬิกาขนาดเล็กที่เมซง เดส์ เมติเยร์ ดาร์ท (Maison des Métiers d’Art)” การิม ดริซี (Karim Drici) ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตของคาร์เทียร์



TRESSAGE ประติมากรรมแห่งเรือนเวลา
ประหนึ่งนักมายากลแห่งกาลเวลา คาร์เทียร์พลิกโฉมวัสดุและรูปร่างเพื่อสรรสร้างความงามเหนือความคาดหมายที่พร้อมสะกดทุกสายตา เรือนเวลาเทรสสาจ (Tressage) ถักทอทองคำ เพชร และอัญมณีด้วยศาสตร์แห่งการรังสรรค์ประจำเมซง ผลลัพธ์ที่ได้คือเรือนเวลาสุดเจิดจรัสที่แปลกใหม่ทว่าซื่อตรงต่อเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์อย่างเต็มเปี่ยม เทรสสาจคือเรือนเวลาสุดวิจิตรที่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยเดินตามรอยเรือนเวลาไอคอนิคอย่างเมญง (Maillon) คุซแซง (Coussin) และรีเฟลคชั่น (Reflection) ด้วยการนำองค์ประกอบอย่างตัวเรือนทองคำและรูปทรงอันสะดุดตามาหลอมรวมพร้อมประชันความแตกต่างจนเกิดเป็นชิ้นงานที่สามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นประติมากรรมแห่งกาลเวลาอย่างแท้จริง



PANTHÈRE JEWELLERY สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานในรูปแบบนาฬิกา
ความเป็นเลิศและความชำนาญของสุดยอดช่างฝีมือประจำเมซงได้หล่อหลอมให้เกิดการเล่นแร่แปรธาตุอย่างเหนือชั้นเห็นได้จากการเนรมิตวัสดุให้กลายเป็นชิ้นงานรูปทรงเสือแพนเตอร์ที่เสมือนมีชีวิตจริง ผลงานชิ้นเด่นนี้ถือได้ว่าเป็นทั้งเรือนเวลาและเครื่องประดับในชิ้นเดียวกัน โดยเกิดจากการเชื่อมต่อมุมมองในการออกแบบทั้งเรือนเวลาและเครื่องประดับ พร้อมผสานองค์ประกอบสไตล์ดั้งเดิมของคาร์เทียร์ อย่างเสือแพนเตอร์สามมิติและกำไล “Toi & Moi” จนกลายเป็นดีไซน์สุดพิเศษที่ปลายข้างหนึ่งประดับด้วยสัตว์สัญลักษณ์ของเมซง ส่วนอีกข้างเป็นเรือนเวลาหรูหราเหนือระดับ โครงสร้างอันโดดเด่นดุจงานสถาปัตยกรรมเผยให้เห็นความงดงามแบบประติมากรรมของเสือแพนเตอร์ที่กำลังพุ่งทะยาน พร้อมอวดมัดกล้ามเพรียวงาม ลวดลายบนขนที่แต่งแต้มด้วยแลคเกอร์สีดำ การตกแต่งใบหูและจมูก ตลอดจนอุ้งเท้า ทุกรายละเอียดล้วนรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตให้เสมือนจริงที่สุด ดวงตาของเสือแพนเตอร์ฝังพลอยซาโวไรต์ ส่วนจมูกฝังออนิกซ์ให้ล้อไปกับหน้าปัดเคลือบแลคเกอร์สีดำ และตัดกับความแวววาวของเพชรบนขอบหน้าปัด ปิดท้ายด้วยการประดับเพชรเม็ดเดี่ยวที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา

เรือนเวลาที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกอันยาวนานของคาร์เทียร์ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสือแพนเตอร์ได้ปรากฏโฉมผ่านการรังสรรค์ผลงานใหม่ๆ บนเส้นทางแห่งความคิดสร้างสรรค์ของเมซงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เสือแพนเตอร์ได้ถูกพลิกรูปโฉมผ่านการออกแบบใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังอำนาจและการยึดมั่นต่อคุณค่าในฐานะสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมซง



PANTHÈRE JEWELLERY เรือนเวลาไอคอนิคประดับอัญมณี
เรือนเวลาปองแตร์ที่เปรียบดั่งอัญมณีล้ำค่ากลับมาโลดแล่นในมิติใหม่ผ่านจินตนาการสุดสร้างสรรค์ หลากหลายแง่มุมของเสือแพนเตอร์ได้จุดประกายให้คาร์เทียร์รังสรรค์ลวดลายแอ็บสแตร็กต์ที่ผสานเส้นสายลายพาดกลอนของเสือโคร่งเข้ากับลวดลายอันโดดเด่นของม้าลาย จนเกิดเป็นองค์ประกอบกราฟิกอันงามสง่า อย่างการแต่งแต้มแลคเกอร์สีดำและสีน้ำตาลทองสลับกับการฝังเพชรและพลอยสเปสซาร์ไทต์สีส้มและสีเหลืองอันระยิบระยับ การรังสรรค์เรือนเวลาอันซับซ้อนนี้ต้องอาศัยความประณีตชั้นสูง โดยเฉพาะกระบวนการลงแลคเกอร์ด้วยมือก่อนนำไปเผาด้วยอุณหภูมิสูงภายในสถานที่เฉพาะของเมซง เดส์ เมติเยร์ ดาร์ท และการประดับเพชรบริลเลียนท์คัทกว่า 145 เม็ดแบบสโนว์เซ็ตติ้งบนหน้าปัด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้